Investment Discovery Museum

บัญชีเงินออมทั้ง 4 ของมันต้องมี

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราทุกคนต่างต้องการมีชีวิตที่ดี ได้ใช้ชีวิตตามที่ต้องการ และมีความมั่นคงในชีวิตตามที่คาดหวัง แต่ปัจจุบันนี้สังคมมีความซับซ้อนมากขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตมากขึ้นตามสภาพสังคมและเศรษฐกิจ หากเราดำเนินชีวิตอย่างไม่ระมัดระวังก็จะนำไปสู่ปัญหาทางการเงินได้ เช่น รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย หนี้สินล้นพ้นตัว หรือใกล้เกษียณเต็มทีเงินเก็บที่มียังไม่พอ ดังนั้น การวางแผนการเงินที่ดีจะนำไปสู่การมีชีวิตตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเริ่มจากการสร้างวินัยการออม ตามลำดับความสำคัญใน  4 บัญชีเงินออมที่ทุกคนต้องมี

  1. บัญชีแรก : เพื่อไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ถือว่าเป็นบัญชีแรกที่เราต้องเตรียมเพื่อรับมือกับเรื่องฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว เช่น ตกงาน ประสบอุบัติเหตุ เจ็บป่วยไม่สามารถทำงานได้ ล้วนเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยอยากให้เกิด แต่ถ้าเกิดขึ้นมาแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ถ้าเราไม่สำรองเงินไว้ แล้วแค่ไหนจึงจะเพียงพอเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน  หลักการง่ายๆ ของบัญชีเพื่อใช้ยามฉุกเฉิน คือ

    มนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้แน่นอน ควรออมไว้อย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน

    เช่น  หากมีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน รายจ่ายต่อเดือนไม่ควรเกิน 70% ของรายได้ คิดเป็นเงิน 10,500 บาท ดังนั้น ขั้นต่ำเงินสำรองฉุกเฉินที่ต้องเตรียมไว้ คือ 31,500 บาท เพื่อให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 3 เดือน

    อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ มีรายได้ไม่แน่นอน ควรมีเงินออมไว้ 6-12 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน โดยเฉพาะอาชีพอิสระเป็นอาชีพที่ต้องเตรียมเงินออมส่วนนี้ให้มากเพราะอาจจะเจอสภาวะไม่มีการจ้างงานยาวนาน

  2. บัญชีที่ 2 : เพื่อพิชิตฝัน เช่น ฝันอยากท่องเที่ยว อยากเรียนต่อ หรืออยากมีรถคันแรก บ้านหลังแรก ทั้งหมดล้วนเป็นเป้าหมายในชีวิตที่เราต้องการและทุกเป้าหมายต้องใช้เงินเพราะฉะนั้น เป้าหมายในชีวิตจะสำเร็จได้ด้วยการวางแผนการเงินที่ดี
  3. บัญชีที่ 3 : เพื่อเกษียณสุข หรือบัญชีเงินออมระยะยาวเพื่อใช้จ่ายหลังเกษียณซึ่งต้องมีให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตและดูแลสุขภาพ เงินก้อนนี้จึงมีความสำคัญต่ออนาคตอย่างมาก เพราะฉะนั้น ถ้าอยากเกษียณสุขก็จำเป็นต้องมีวินัยในการออมอย่างสม่ำเสมอ แต่มีเท่าไหร่จะพอใช้ตอนเกษียณ คิดคำนวณง่ายๆ 

    จำนวนเงินที่ต้องมีหลังเกษียณ = (จำนวนเงินต่อเดือนที่ต้องการใช้หลังเกษียณ x 12 เดือน) x ระยะเวลาที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่หลังเกษียณ

     

    ตัวอย่าง  เราวางแผนจะเกษียณอายุเมื่ออายุ 60 ปี คาดว่าจะใช้ชีวิตไปอีก 30 ปี หลังเกษียณเพราะพิจารณาจากญาติผู้ใหญ่ล้วนแต่มีอายุยืนยาว ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณแบบสบายๆ ประมาณ 40,000 บาท ต่อเดือน คำนวณเป็นเงินที่ต้องมีหลังเกษียณ 14,400,000 บาท ((40,000 x 12) x 30) (ในความเป็นจริงเพื่อให้มีกำลังซื้อเท่าเดิมต้องเตรียมค่าใช้จ่ายต่อเดือนมากขึ้นเพราะอัตราเงินเฟ้อทำให้มูลค่าเงินลดลงเพราะราคาสินค้าและบริการต่างๆ แพงขึ้น)

    การออมเพื่อการเกษียณหลายๆ คนอาจมองว่าเป็นเป้าหมายอีกยาวไกลไว้ใกล้เกษียณเริ่มวางแผนก็ไม่สาย ในความเป็นจริงแล้วเริ่มต้นออมไวจะช่วยผ่อนแรงได้มากกว่า เพราะฉะนั้นควรเริ่มออมตั้งแต่เริ่มต้นทำงานเพื่อจะได้เกษียณสุขในบั้นปลายชีวิต

    ทุกวันนี้การออมเพื่อใช้ในยามเกษียณไม่ยากจนเกินไปเพราะมีช่องทางการออมหลายทางที่ช่วยทุ่นแรงเราได้ อาทิ ถ้าเป็นข้าราชการก็มีการเก็บออมผ่านกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือถ้าเป็นองค์กรเอกชนก็อาจจะเก็บออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เป็นต้น

  4. บัญชีที่ 4 : เพื่อการลงทุน  การออมเงินอย่างสม่ำเสมอช่วยให้เรามีเงินไว้ใช้ในชีวิตได้อย่างไม่ขัดสน แต่การออมแบบเงินฝากทางเดียวอาจไม่ช่วยให้มีความมั่งคั่งหรือความมั่นคงทางการเงินได้ ควรแบ่งเงินออมไปต่อยอดด้วยการลงทุนให้เงินงอกเงย อย่างไรก็ตาม การลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ประเภทไหนก็ตาม ต้องศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน อย่างน้อยที่สุดควรพิจารณาให้เหมาะกับความเสี่ยงที่เรารับได้ เพราะการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภทมีลักษณะ ระยะเวลา ความเสี่ยง และผลตอบแทนไม่เท่ากัน  เช่น หุ้น กองทุนรวม ตราสารหนี้  อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

 

 สามารถมาทดลองวางแผนการเงินของตนเองและเรียนรู้วิธีการต่อยอดเงินออมด้วยการลงทุนที่

INVESTORY พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย