Investment Discovery Museum

กระจายการลงทุน...สะสมความมั่นคงก่อนเกษียณ

 

 

อีกตั้ง 20 ปีถึงจะเกษียณ มาคิดอะไรตอนนี้!

เราคงอยู่ไม่ถึงอายุ 80 หรอก

เงินที่เตรียมไว้...น่าจะพอ

 

        สำหรับช่วงอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ถือได้ว่าเป็นช่วงชีวิตที่มีความมั่นคงที่สุด มีความก้าวหน้าในอาชีพการงาน มีฐานเงินเดือนสูงขึ้น แม้ว่าจะยังมีภาระทางการเงินอยู่ แต่ก็ผ่อนคลายลงไปมาก ยิ่งหากมีการเก็บออมเงินและลงทุนอย่างมีวินัยมาตั้งแต่ต้น ช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่มีฐานะทางการเงินดี ครอบครัวมีความมั่นคงแต่เมื่อพูดถึงเรื่องเกษียณอายุ คนส่วนใหญ่ยังคงคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ยังไม่ถึงเวลา วันนี้ขอใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานให้เต็มที่ก่อน แล้วค่อยเริ่มเก็บเงินตอนอายุ 50 ก็ยังไม่สาย เพราะมีเวลาเหลือก่อนเกษียณอีกตั้ง 10 ปีเชียวนะ

        แต่ไม่มีใครรู้อนาคตหรอกว่า วันพรุ่งนี้หรือนาทีถัดไป ชีวิตของเราจะยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง หรือจะมีเหตุการณ์ใดที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเรา จนไม่สามารถทำงานหาเงินได้ตามปกติ ดังนั้น การเตรียมตัวเองให้พร้อมตั้งแต่วันนี้ จะช่วยทำให้เราวางใจได้ในระดับหนึ่ง หลายคนคงมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้เรามีความพร้อมแค่ไหน คลิกที่นี่ เพื่อดูคำตอบว่าแผนเก็บเงินหรือแผนการลงทุนของเราเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณแล้วหรือยัง รวมถึงสัดส่วนการเก็บเงินหรือลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ที่เหมาะสม ถ้าเรายังไม่พอใจกับจำนวนเงินเก็บที่คาดว่าจะได้รับจากแผนการลงทุนที่แนะนำ
ก็สามารถลองปรับเพิ่ม
-ลดสัดส่วนเงินฝากหรือเงินลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ได้จนกว่าจะพอใจ แผนการลงทุนที่ดีควรมีการกระจายการลงทุนในช่องทางต่างๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ พันธบัตร/หุ้นกู้ สลากออมสินหรือสลากออมทรัพย์ ทองคำ ที่ดิน หรือการลงทุนในกองทุนรวม หุ้น ฯลฯ ดังสำนวนที่ว่า "อย่าใส่ไข่ทุกฟองไว้ในตะกร้าใบเดียวกัน" เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนและมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น

        โดยทั่วไปแล้ว คนอายุน้อยกว่าสามารถจะรับความเสี่ยงได้สูงกว่า ในขณะที่คนอายุมากกว่าอาจรับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลางหรือน้อยลง ซึ่งจะสะท้อนออกมาในแผนการลงทุนของเรา เช่น คนที่รับความเสี่ยงได้สูง อาจมีแผนการลงทุนแบบเชิงรุก (Aggressive) คือ มีสัดส่วนของการลงทุนในหุ้นสูงถึง 70% และอีก 30% เป็นเงินฝาก พันธบัตร/หุ้นกู้ ส่วนคนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางหรือต่ำ อาจมีแผนการลงทุนแบบระมัดระวัง (Conservative) คือ มีสัดส่วนของการลงทุนในหุ้นน้อยกว่า 30% และอีก 70% เป็นเงินฝาก พันธบัตร/หุ้นกู้ เป็นต้น

        หากมีการเปลี่ยนแปลงเป้าหมายชีวิตหรือเป้าหมายทางการเงินที่วางไว้ ต้องกลับมาทบทวนแผนการลงทุนด้วยว่า จะต้องปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงอย่างไรได้บ้าง รวมถึงการหาทางเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย แต่ถ้าเป้าหมายชีวิตหรือเป้าหมายทางการเงินยังคงเหมือนเดิม
ก็อย่าลืมที่จะทบทวนแผนการลงทุนอย่างน้อยปีละ
1 ครั้ง

          แต่ถ้าวันนี้ยังไม่เริ่มลงมือวางแผนเก็บเงินเพื่อเกษียณ มาหาคำตอบได้ที่พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน INVESTORY

 

เริ่มต้นวางแผนการเงินและเรียนรู้การลงทุนได้ที่ INVESTORY

พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย