Investment Discovery Museum

การศึกษาของลูกสดใส...พ่อแม่ใส่ใจ(วางแผน)การเงิน

 

คู่รักหลายคู่ที่สร้างครอบครัวร่วมกัน มักคิดที่จะมีลูกเพื่อเป็นโซ่ทองคล้องใจและเติมเต็มให้ครอบครัวสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งนอกเหนือจากการอบรมดูแลและการให้ความรักความอบอุ่นแก่ลูกแล้ว ยังต้องคำนึงถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูลูกไปจนโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาตั้งแต่ลูกเริ่มเข้าอนุบาลไปจนถึงระดับปริญญาตรี ซึ่งต้องจ่ายเงินทุกภาคการศึกษา ต่อเนื่องเป็นเวลา 20 ปี ถ้าลองคิดแบบเร็วๆ เฉพาะค่าเทอมเฉลี่ยปีละ 1 หมื่นบาท รวมแล้วก็เป็นหลักแสนบาท ซึ่งถ้ามีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติมด้วยแล้ว ตัวเลขก็จะขยับสูงขึ้นไปอีก ถึงตอนนี้...ว่าที่คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายก็แทบจะถอดใจกันเลยทีเดียว

ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งด่วนท้อใจกันไป สำหรับครอบครัวที่ยังไม่มีลูก ถือว่าโชคดีเพราะยังมีเวลาเตรียมตัว แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจ เริ่มต้นออมวันนี้ อนาคตเหนื่อยน้อยกว่าแน่นอน ส่วนครอบครัวที่มีลูกแล้ว ก็ยังไม่สายที่จะเริ่มต้นเช่นกัน เพียงแต่อาจจะต้องเร่งสปีดการออมให้ทันกับเวลาที่เหลืออยู่ รวมถึงการเตรียมแผนสำรองในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินด้วย มาดูว่าเราจะเริ่มต้นวางแผนการเงินเพื่อการศึกษาของลูกกันได้อย่างไร

·     ค้นหาเป้าหมายการศึกษา ปัจจุบันมีทางเลือกการศึกษามากมาย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาถึงฐานะทางการเงินของครอบครัวว่าสามารถที่จะส่งลูกเรียนได้ในโรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนเอกชน ฯลฯ สำหรับครอบครัวที่มีลูกอยู่ในช่วงอายุ 13 - 21 ปี คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตและเป็นกำลังใจให้ลูกในการเรียนรู้และเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อค้นหาสิ่งที่ลูกชอบ ทำแล้วมีความสุข ซึ่งจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมให้เรียนเพิ่มหรือสนับสนุนการพัฒนาทักษะที่เหมาะกับความสามารถของลูก ไม่ใช่เอาความต้องการของคุณพ่อคุณแม่เป็นที่ตั้ง

·     รวบรวมข้อมูลค่าใช้จ่าย นอกเหนือจากค่าเทอมแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรหาข้อมูลค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่นๆ ด้วย เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่ากิจกรรมพิเศษ ค่าอุปกรณ์ ฯลฯ ทั้งนี้ ถ้าไม่เกินกำลัง ก็อาจเตรียมค่าใช้จ่ายเกินไว้ก่อนก็ดี เผื่อขาดเผื่อเหลือ

·       วางแผนการออมและการลงทุน ถ้าอยากรู้ว่าจะต้องออมเพื่อการศึกษาของลูกเดือนละเท่าไหร่ คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกใช้โปรแกรมคำนวณของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เช่น ออมเท่าไหร่บรรลุเป้าหมาย หรือ ออมเท่าไหร่พอให้ลูกเรียน เป็นเครื่องมือช่วยในการเริ่มต้นประมาณการค่าใช้จ่ายและวางแผนการออมแบบง่ายๆ ได้ หรืออาจใช้บริการของนักวางแผนการเงินมืออาชีพซึ่งมีประสบการณ์ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี รวมถึงการเตรียมแผนสำรองในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันด้วย

นอกจากนี้ ในปัจจุบันนี้มีทุนการศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ มากมาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทุนการศึกษาแบบให้เปล่า ทุนช่วยเหลือค่าครองชีพ ทุนสนับสนุนอุปกรณ์การเรียน ฯลฯ คุณพ่อคุณแม่อาจสนับสนุนให้ลูกได้ลองสมัครสอบชิงทุน ถ้าสอบไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่ก็ควรชื่นชมและให้กำลังใจลูก อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ด้านการศึกษาในอีกทางหนึ่ง แต่ถ้าลูกได้ทุน นอกจากจะถือเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจแล้ว ยังสามารถช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของครอบครัว ทำให้ลูกได้ตระหนักถึงคุณค่าของเงินที่ได้มาจากความสามารถของตัวเอง

 

เรียนรู้เรื่องวางแผนการเงินที่ INVESTORY พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน

 

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย