Investment Discovery Museum

ทำงาน...มาครึ่งปี แต่ไม่มีเงินเก็บ?

 

คุณกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้มั้ย…ทำงานมาครึ่งปีละ แต่ยังเก็บเงินตามที่ต้องการไม่ได้เลย ใช้เงินเดือนชนเดือนพอดีเป๊ะ หรือพอจะมีเงินเก็บอยู่บ้างแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรให้เงินงอกเงยดี หากตอนนี้กำลังประสบกับปัญหาเหล่านี้ แสดงว่าเรายังไม่มีการวางแผนการเงิน หรือมีแผนแล้วแต่อาจจะไม่เหมาะสมกับตัวเรานั่นเอง วันนี้จึงขอชวนทุกคนมาวางแผนจัดการเงินของตนเองจะได้ถึงเป้าหมายสมความตั้งใจ 

 

วางแผนการเงินได้ง่ายๆ แบบ Step by Step ดังนี้

 

1. สำรวจตนเอง ขั้นแรกให้เราสำรวจ รายรับ ค่าใช้จ่าย ทรัพย์สิน และหนี้สินของเราเอง เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าเรามีพฤติกรรมการใช้เงินและสถานะทางการเงินของตนเองเป็นอย่างไร ด้วยการนำหลักงบการเงินส่วนบุคคลมาใช้ ได้แก่

งบดุลส่วนบุคคล คือ งบที่แสดงฐานะทางการเงินของเรา ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งแสดงว่าเรานั้นรวยแค่ไหน รวยจริงหรือไม่ โดยสำรวจทรัพย์สินและหนี้สิน ณ ขณะนั้น เพื่อหาความมั่งคั่งสุทธิ โดยคิดจาก สินทรัพย์ – หนี้สิน สินทรัพย์ คือ เงินสด เงินฝาก บ้าน รถยนต์ เครื่องประดับ และสินทรัพย์ลงทุน เช่น หุ้น พันธบัตร สลากออมสิน เป็นต้น ส่วนหนี้สิน คือ หนี้บัตรเครดิต หนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หนี้ผ่อนรถผ่อนบ้าน เป็นต้น สถานะการเงินที่ควรจะเป็น คือ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน

งบรายได้และค่าใช้จ่าย เป็นการทำบัญชีรายรับรายจ่ายของบุคคลที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง พูดง่ายๆ คือ ดูเงินที่ไหลเข้ากระเป๋า (รายรับ) และเงินที่ออกจากกระเป๋า (รายจ่าย) เพื่อหาเงินสดที่เหลืออยู่ มีสูตรคำนวณว่า เงินสดคงเหลือสุทธิ = รายได้ – ค่าใช้จ่าย คนส่วนมากมีรายรับทางเดียว เช่น เงินเดือน แต่บางคนมีรายรับหลายทางก็ต้องนำมารวมคำนวณด้วย เช่น รายได้พิเศษ โบนัส ค่าล่วงเวลา ค่านายหน้า รายได้ค่าเช่า เป็นต้น สำหรับรายจ่ายมีได้หลายประเภท เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าผ่อนบ้านผ่อนรถ หรือเงินที่กันเอาไว้เพื่อการออมและการลงทุน ซึ่งเมื่อหักรายจ่ายออกจากรายได้แล้วมีเงินเหลือ แสดงว่าพฤติกรรมการใช้เงินของเราดี แต่ถ้าคำนวณออกมาแล้ว เงินขาดหรือติดลบ แสดงว่ามีพฤติกรรมการใช้เงินแบบใช้เกินกว่าที่หามาได้

 

2. กำหนดเป้าหมายทางการเงินในแต่ละช่วงชีวิตให้ชัดเจน โดยอาจเริ่มจากการตั้งคำถามกับตัวเองว่าสิ่งที่เรา อยากได้ อยากมี หรืออยากทำ คืออะไร โดยเรียงลำดับความสำคัญของเป้าหมายตามหลัก ให้ "Needs มาก่อน Wants ทีหลัง" สิ่งจำเป็นต้องมาก่อนสิ่งที่ต้องการเสมอ ที่สำคัญต้องประมาณจำนวนเงินที่ต้องมีและระยะเวลาที่จะไปสู่เป้าหมาย รวมถึงวิธีการที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายด้วย เพื่อให้เป้าหมายทางการเงินชัดเจนและทำสำเร็จได้จริง

 

3. จัดทำแผนการเงิน คือเส้นทางที่จะนำไปสู่เป้าหมายซึ่ง "แผนการเงิน” ต้องมีความชัดเจน โดยอาจแบ่งเป็น 4 ส่วนหลัก ประกอบด้วยแผนสร้างความมั่งคั่ง ไม่ว่าจะเป็นแผนออมเงิน แผนใช้เงิน แผนชำระหนี้สิน เป็นต้น ต่อมาคือแผนปกป้องความมั่งคั่ง คือ แผนประกัน แผนเกษียณ ถัดมาต้องมีแผนเพิ่มพูนความมั่งคั่ง ได้แก่ แผนลงทุน แผนภาษี และสุดท้ายคือแผนส่งมอบความมั่งคั่งหรือแผนมรดก 

 

4. ปฎิบัติตามแผนที่วางไว้ แผนการเงินที่เราได้จัดทำไว้คงไม่มีประโยชน์หากไม่ได้ลงมือปฏิบัติ หรือทำล่าช้า ยิ่งปล่อยเวลาผ่านไปการบรรลุเป้าหมายจะเป็นไปได้ยากขึ้นทุกทีซึ่งหัวใจสำคัญ คือต้องมีความตั้งใจจริง มีวินัย ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง ทำให้ได้อย่างต่อเนื่อง รับรองได้เลยว่า...เป้าหมายทางการเงินไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน

 

5. ทบทวนและปรับปรุงแผนอย่างสม่ำเสมอ หากลงมือทำแล้ว ควรทบทวนว่าแผนที่วางไว้ได้ผลจริงหรือไม่หรือมีเหตุการณ์ใหม่ๆ ในชีวิตเกิดขึ้นอาจจะต้องแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนแผนกันใหม่ตามสถานการณ์ รวมถึง ต้องทบทวนตนเองว่า... เมื่อเวลาผ่านไปเป้าหมายที่เคยตั้งไว้นั้นยังเหมือนเดิมหรือไม่ เรารับความเสี่ยงได้มากขึ้นหรือน้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป 

 

เอาน่า…เหลือเวลาอีกครึ่งปี ลองวางแผนการเงิน ตามคำแนะนำทั้ง 5 ขั้นตอน หากทำได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับตนเอง ก็มีโอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งใจไว้ได้ และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข