Investment Discovery Museum

อาการแบบนี้...ระวัง ติดหนี้ไม่รู้ตัว

 

“เงินบันดาลสุข” ไม่ใช่เรื่องผิดเลยที่เราจะใช้เงินซื้อความสุขในชีวิต ซื้อของที่อยากได้หรือซื้อประสบการณ์ที่สร้างความสุขความเพลิดเพลินให้กับตัวเอง ถ้ามีโอกาสและทำได้ก็ทำเถอะ ขอเพียงยึดมั่นในกฎสำคัญคือ ต้องไม่ใช้จ่ายจนเกินตัว ไม่กินอยู่เกินฐานะจนเดือดร้อนต้องกู้หนี้ยืมสิน พยายามลดละเลิกสไตล์รูดก่อนผ่อนทีหลังให้เด็ดขาด เพราะการติดกับดักในวงจรหนี้ไม่สนุกเลยแถมยังทุกข์ถนัด เพื่อให้รู้ตัวก่อนสายเกินไป…ลองมาตรวจสอบตัวเองว่าเรามีแนวโน้มใช้เงินเกินตัวหรือไม่ จากสัญญาณเตือนเหล่านี้ 

 

ขั้นที่ 1 เริ่มขัดสน     เงินเริ่มตึงๆ มือ ที่เรียกกันง่ายๆ ว่า ชักหน้าไม่ถึงหลัง รายได้ไม่พอกับรายจ่าย มีการหยิบตรงโน้น มาโปะตรงนี้ หากมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตก็เริ่มจะชำระขั้นต่ำ 2–3 เดือน นี่แหละสัญญาณว่าการเงินเริ่มติดๆ ขัดๆ แล้ว ต้องรีบปรับนิสัยการใช้เงินเสียใหม่ก่อนจะเกิดปัญหาการเงินระยะยาว

 

ขั้นที่ 2 ต้องทนจ่าย    หากพบว่ามีการชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำมาหลายเดือน เริ่มจ่ายช้า ผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ จนได้รับโทรศัพท์หรือจดหมายเตือนการชำระเงินล่าช้า แสดงว่าเรากำลังเกิดปัญหาทางการเงิน อาจนำไปสู่การเป็นหนี้พอกพูนระยะยาวก็เป็นได้

 

ขั้นที่ 3 กระหายเงินกู้     หากชีวิตเดินมาถึงจุดที่ต้องหมุนเงินจนหมดทุกช่องทางที่มี มีการกู้หนี้ใหม่มาโปะหนี้เก่า ไม่มีแม้กระทั่งเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จนต้องกู้เงินทั้งในระบบหรือนอกระบบมาใช้ ก็แสดงว่าการเงินในกระเป๋าเข้าขั้นวิกฤติ แต่การเป็นหนี้ก็ใช่ว่าแก้ไขไม่ได้ เพียงแต่ต้องตั้งสติและเริ่มต้นศึกษาวิธีการแก้หนี้ที่ถูกวิธีเพื่อลดภาระที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนให้น้อยที่สุด 

 

ที่สำคัญหากหลุดพ้นวงจรหนี้มาได้แล้วต้องมีวินัยและปรับนิสัยใช้จ่ายของตัวเองเสียใหม่เพราะหากยังมีนิสัยจับจ่ายสบายมือเพลิดเพลินเกินขอบเขต เห็นทีจะพ้นกับดักหนี้ได้ยาก